OEM, ODM และ OBM คืออะไร? ที่มาของการเปลี่ยนเงินหมื่นเป็นเงินล้าน!

OEM, ODM และ OBM คืออะไร? ที่มาของการเปลี่ยนเงินหมื่นเป็นเงินล้าน!

เคยสงสัยมั้ยว่า... สินค้าที่มาวางขายของแบรนด์ต่างๆ แท้จริงแล้วใครคือผู้ผลิตกันแน่? หลายคนอยากสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองแต่ไม่มีไอเดีย ไม่รู้ว่าควรเริ่มจากที่ไหน วันนี้ เราขอพาคุณมาทำความรู้จักกับคำว่า “OEM, ODM และ OBM” ใครที่กำลังวางแผนผลิตสินค้าและแบรนด์ของตัวเองอยู่ แน่นอนคงจะต้องเคยได้ยินหรือคุ้นหูกับคำเหล่านี้กันมาบ้าง เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกโรงงานได้เหมาะสม ตรงกับไอเดีย หรือแนวทางธุรกิจที่คุณต้องการ เรามาดูว่าแต่ละคำมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันอย่างไร

OEM หรือ Original Equipment Manufacturer ผู้รับจ้างผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า เพื่อนำไปติดแบรนด์สินค้าของตนเองสำหรับวางจำหน่ายต่อไป

ข้อดี:

  • ลดต้นทุนการผลิต
  • ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงในการเริ่มต้น
  • สามารถย้ายฐานการผลิตไปโรงงานที่ต้นทุนต่ำกว่าได้ตลอด
  • ง่ายต่อการเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจ
  • มีผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาทางการผลิตคอยดูแล

ข้อเสีย

  • เกิดสินค้าเลียนแบบ

ODM หรือ Original Design Manufacturer ผู้รับจ้างออกแบบและผลิตสินค้าครบวงจรโดยสามารถพัฒนารูปแบบสินค้าได้เองและนำแบบสินค้านั้นไปเสนอขายให้ลูกค้าที่มีแบรนด์แล้ว หรือเป็นการออกแบบร่วมกันกับเจ้าของแบรนด์ มีทั้งที่เป็น Exclusive คือออกแบบให้เฉพาะราย โดยมีการคิดค่าออกแบบที่แพง เพราะถือว่าลูกค้าเพียงรายเดียวจะได้ประโยชน์ไปอย่างเต็มที่ หรือ Non-exclusive คือให้สิทธิได้กับหลายรายในราคาค่าออกแบบที่ถูกลง

ข้อดี

  • สินค้ามีความโดดเด่นเหนือคู่แข่งและแตกต่างจากท้องตลาด
  • สามารถกำหนดต้นทุนการผลิตได้
  • ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงในการเริ่มต้น
  • สามารถย้ายฐานการผลิตไปโรงงานที่ต้นทุนต่ำกว่าได้ตลอด
  • ง่ายต่อการเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจ
  • มีผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาทางการผลิตคอยดูแล

ข้อเสีย

  • มีต้นทุนในการผลิตที่สูงกว่าการผลิตสินค้าแบบ OEM เพราะเป็นการออกแบบรูปแบบแบรนด์สินค้าใหม่ทั้งหมด

OBM หรือ Original Brand Manufacturer ผู้ผลิตภายใต้รูปแบบและตราสินค้าของตนเอง เหมาะกับแบรนด์ที่มีความมั่นคง เพื่อผลิตสินค้าและจำหน่ายในปริมาณที่มาก โดยมุ่งเน้นผลิตสินค้าที่อยู่ภายใต้แบรนด์ของตัวเองเท่านั้น

ข้อดี

  • สินค้ามีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง
  • ไม่ต้องไปแข่งกับคู่แข่งอื่นด้วยสงครามราคา
  • ไม่ต้องไปโหมผลิตและจำหน่ายในปริมาณที่มาก

ข้อเสีย

  • มีค่าใช้จ่ายเรื่องพนักงานที่ต้องดูแลเองเพิ่มสูงขึ้น
  • ย้ายฐานการผลิตยาก
  • ใช้ต้นทุนสูงในการสร้างโรงงาน